สนใจเรื่อง นโยบาย บ้านหลังแรก-รถคันแรกครับ

<< < (7/7)

arun2514:

รถ 1500 cc คือรถเก๋ง Eco Car(ประหยัดน้ำมัน) เช่น Vios และยี่ห้ออื่นๆในระดับเดียวกัน ไม่เกี่ยวกับ pick up
รถ pick up กำหนดแค่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทครับ

ท่าน ออส คืนให้ท่านทุกปี จนครบ 100,000 บาท  ครับ
[/quote]3.เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)ตรงตัวแดง มีทับคำว่า รถปิคอัพด้วย
ผมไม่แน่ใจว่า เข้าใจผิดหรือเปล่า
รถปิคอัพผมก็1500ซีซี เป็นรถเกือบ30ปีผ่านมาแล้ว (กระบะช้างเหยียบ1500 เบนซิน)
ตรงรถเก๋งส่วนบุคคล ซีซีแค่นี้น่ะไช่ครับ แต่ปิคอัพซีซีขนาดนี้ สมัยนี้ ไม่มีอีกแล้ว
ยกเว้น รุ่นเก่าๆ
นโยบายนี้ หาเสียงกับใครบ้าง
นโยบายนี้ ใครใด้อนิสงค์บ้าง
อันนี้ เราเพียงคุยกันนะครับ
ก็ว่ากันไป
เพราะผมเอง คงไม่ออกอีกหรอก
แค่นี้ ผมก็ไม่มีปัญญาที่จะเติมน้ำมันให้ครบทุกคันแล้วละ
ภาษีก็แทบจะไม่มีปัญญาจะจ่ายอยู่แล้ว
เพียงแต่คาดการว่า งานนี้ ใครใด้ประโยชน์แบบเต็มๆ กันแน่
1 ปตท เคยกำไรปีละกี่แสนล้าน
2 บริษัทรถต่างๆ
3 บริษัทประกัน +ไฟแนน
ประชาชนรากหญ้าที่ไม่อยู่ในเงื่อนไข นั่งตาปริบๆๆๆๆๆๆ
เอ?? ตอนที่หาเสียง เขาไม่ใด้บอกอย่างนี้นี่หว่า
รึเราคิดไปเอง คริๆๆๆๆๆ :-\

หลวงเภาจอมลีลา:

 
ครม.ไฟเขียว-ลดภาษีซื้อรถคันแรก 16 ก.ย.นี้
 

วันที่ 13 ก.ย. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ มาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาทให้กับประชาชนที่ซื้อรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.54-31 ธ.ค.55 สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี เฉพาะรถยนต์นั่ง ส่วนรถกระบะ กระบะดับเบิ้ลแคป ไม่กำหนดซีซี โดยกำหนดราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

 เบื้องต้นเชื่อว่า ผลจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้มีประชาชนซื้อรถยนต์เพิ่มอีกประมาณ 5 แสนคัน
 
ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากการคืนภาษีสรรพสามิตประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่ในทางกลับกันกระทรวงการคลังจะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคลที่ได้จากบริษัทรถยนต์ที่จะมีรายได้เพิ่มเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าจะมีรายได้สูงกว่าภาษีที่ต้องคืน

 “ที่ประชุมครม. เป็นห่วงว่าหากเริ่มมาตรการนี้ในวันที่ 1 ต.ค.54 อาจทำให้คนชะลอการซื้อรถยนต์ จึงเห็นควรว่าให้เริ่ม 16 ก.ย.นี้แทน ส่วนการคืนภาษีก็ให้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาทตามอัตราภาษีเช่นอีโคคาร์เสียภาษี 17% ถ้ารถราคา 5 แสนบาท ก็จะได้ภาษีคืน 7-8 หมื่นบาท” นายบุญทรงกล่าว

 ทั้งนี้ การคืนภาษีนั้นจะมีการทยอยคืนภายใน 1 ปีหลังจากซื้อขายรถยนต์ โดยจะจ่ายคืนเช็ค โดยมีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือเด็ดขาดภายใน 5 ปี โดยหากมีประชาชนรายใดเปลี่ยนมือก่อน 5 ปีจะต้องคืนเงินภาษีให้กับกรมสรรพสามิตต่อไป

 นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กล่าวว่า

ขบ.เตรียมเชื่อมโยงฐานข้อมูลรายชื่อการยื่นขอจดทะเบียนการครอบครองรถยนต์ไปยังกรมสรรพสามิต ให้นำไปใช้ในการตรวจสอบว่าผู้ที่ยื่นขอใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเคยเป็นเจ้าของรถยนต์มาก่อนหรือไม่ หากตรวจพบว่ามีรายชื่อเคยยื่นขอจดทะเบียนกับขบ.มาก่อนก็จะถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากโครงการดังกล่าวต้องการช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถมีรถยนต์คันแรกเท่านั้น

 ส่วนการประทับตราห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือรถยนยต์ภายใน 5 ปี เพื่อป้องกันการนำรถไปขายต่อเพื่อเก็งกำไรนั้น กรมสรรพสามิตจะเป็นผู้ดำเนินการประทับตราห้ามซื้อขายลงในสมุดทะเบียน หลังจากที่ผู้ซื้อนำสมุดทะเบียนที่ขบ.ออกให้ไปยื่นขอตรวจสอบและใช้สิทธิ์ที่กรมสรรพสามิต

 “การตรวจสอบฐานข้อมูลการครองครองรถยนต์คันแรกขณะนี้อาจจะไม่สมบูรณ์นักเนื่องจากฐานข้อมูลการยื่นจดทะเบียนของขบ.ในปัจจุบัน จัดทำขึ้นจากการเก็บสถิติจากการยื่นจดทะเบียน ตั้งแต่ช่วงหลังปี’49 เป็นต้นมา เท่านั้น อาจทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ครอบคลุมและสะท้อนความเป็นจริงเรื่องการครอบครองรถยนต์คันแรก ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเฉพาะคนที่มีรถคันแรกเท่านั้น แต่ขบ.ได้แจ้งให้รัฐบาลรับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว ซึ่งกรมสรรพสามิตจะต้องไปหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป หรืออาจจำเป็นต้องยกประโยชน์ให้จำเลยสามารถใช้สิทธิ์ขอลดหย่อนภาษีได้ หากเป็นผู้ที่เคยยื่นจดทะเบียนการซื้อรถยนต์แล้วก่อนหน้าปี’49” นายเทียนโชติ กล่าว
 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ที่มา :: http://tnews.teenee.com/etc/71045.html

arun2514:
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกว่า ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูเว็บไซต์ http://www.excise.go.th/ ได้หลังวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งจะมีรายละเอียดและขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ

โดยเฉพาะรายละเอียดรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ว่ามีภาษีที่จะได้รับคืนจำนวนเท่าใด ซึ่งผู้ซื้อรถคันแรกที่ขอคืนเงิน ต้องส่งหลักฐานครบ 7 อย่าง ภายในวันที่ 31 ธ.ค.2555 ซึ่งกรมฯ จะใช้เวลา 7 วัน ยืนยันการได้รับคืนภาษี และผู้ซื้อรถจะได้รับเงินหลังซื้อแล้ว 1 ปี
         
“ตั้งงบไว้ 3 หมื่นล้านบาท รองรับในปี 2556 แต่หากมีผู้ใช้สิทธิมากก็อาจขอเพิ่มงบจากรัฐบาลในอนาคต”

รองอธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า มาตรการนี้จะยึดตามข้อมูลกรมขนส่งเป็นลำดับแรก แต่หากข้อมูลไม่สมบูรณ์ก็ต้องตรวจสอบต่อ ซึ่งหากพบภายหลังว่าไม่ใช่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกจริง ก็ต้องยึดเงินกลับคืน

ส่วนกรณีรถติดไฟแนนซ์ก็มี 2 กรณีคือ ไฟแนนซ์ติดตามและนำมาคืนรัฐ แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัย ก็ต้องให้ส่วนราชการติดตามคืน ทั้งนี้ การคืนไม่ใช่การคืนตามบทบัญญัติกฎหมาย และไม่ใช่คืนภาษี จึงไม่มีกฎหมายบังคับการกระทำผิด แต่จะมีเงื่อนไขระบุไว้ ซึ่งจะไม่มีเบี้ยปรับ แต่อาจมีดอกเบี้ยทางแพ่ง

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ ในฐานะรองประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า กรณียึดรถนั้นต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่าซื้อก่อน คือคืนหนี้เช่าซื้อก่อน จึงคืนเงินให้รัฐได้ ซึ่งมาตรการครั้งนี้อาจทำให้สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ต้องเพิ่มเงื่อนไขมากกว่าปกติ

โดยเฉพาะการวางเงินดาวน์ 0% อาจไม่สามารถทำได้ เพราะภายหลังจากที่ครบ 1 ปี เมื่อผู้ซื้อได้รับเงินภาษีคืนไปแล้ว 1 แสนบาท อาจกระตุ้นให้ผู้ซื้อเลิกผ่อนชำระต่อ สถาบันการเงินจึงต้องเพิ่มเงินดาวน์ เพื่อลดความเสี่ยง

และยังกังวลว่ามาตรการจะกระตุ้นให้ผู้เช่าซื้อกลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อไม่ มากพอเข้ามาซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น หรืออาจสวมสิทธิซื้อแทนกันเพื่อหวังได้รับการคืนภาษี

นายกรณ์ จาติกวณิช  กล่าวว่า ถือเป็นการใช้เงินภาษีที่ไม่คุ้มค่า โดยควรนำเงิน 3 หมื่นล้านบาทไปลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้เหลือ 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ดีกว่า เพราะรองรับผู้โดยสาร 5 แสนคนต่อวันได้ถึง 30 ปี

รัฐบาลชุดนี้จะรีดภาษีจากใครมากขึ้น เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากการดำเนินมาตรการตามนโยบายประชานิยม ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะเชื่อว่าสุดท้ายคงไม่พ้นภาษีสรรพากร

ไม่ว่าจะเป็นภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม และอยากให้ยืนยันกฎหมายภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ที่พรรคเพื่อไทยเคยยืนยันไว้ในหลายเวทีว่าพร้อมสนับสนุนด้วย

ที่มา
http://www.talkystory.com/?p=18219

วีรวุฒิ (อ้อมใหญ่):
ความคิดเห็นส่วนตัวครับ ไม่ได้ช่วยคนจนเลย น่าจะทำอะไรเพิ่อคนทั้งประเทศบ้าง   มันก็คงเหมือนเช็คช่วยชาตินั่นแหล่ะ ทำไมให้เฉพาะพนักงานที่มีประกันสังคม ชาวไร่ชาวนาไม่ได้ มันก็ไอ้ประชานิยมห่วยๆ  ไม่อยากจะคิดมันอึดอัด ตอนนี้ผมขอแค่ ทำงานพอกินพอใช้ พึ่งตนเองดีกว่า มันก็แค่หาเรื่องเบิกงบประมาณมาโกงกินกันทั้งนั้น  >:( >:( >:( >:( >:(

ngomtungwan:
ผลต่างที่ได้ครับ เรื่องรถยนต์
http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538617388&Ntype=120
ส่วนจะได้คืนกี่บาทนั้น ผู้มีสิทธิซื้อและซื้อเท่านั้น จาก กรมบัญชีกลาง เมื่อทราบจาก รัฐบาล แล้วและ CC.ที่ต้องการ
แล้ว คำนวนได้ไม่อยากนัก เหตุที่รับเงินคืนจากกรม เป็นการเลี่ยงการระเมิดผู้ค้า ก็แค่ ธุรกรรมทางการเงินของเรื่องนั้นๆ สั้นๆ ผู้ได้รับสิทธิซื้อ จ่ายทั้งหมด ผู้ขายเอาภาษีให้รัฐ รัฐ คืนให้ผูได้รับสิทธิ ตามวิธีคำนวนจากWWW.อ้างอิง

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว