เกจวัดแรงดันน้ำยาแอร์-สายชาร์จ

(1/1)

watchdog:
เกจวัดแรงดันน้ำยาแอร์-สายชาร์จ ของน้ำยาแอร์แต่ละชนิดมันมีความแตกต่างกันอย่างไรครับ ที่ผมเข้าใจ มันถูกมั้ยครับ

เท่าที่ทราบมาเกจด้าน Low 0-250 PSI ใช้ได้กับน้ำยา R12,22,502
เกจด้าน HI 0-500 PSI ใช้ได้กับน้ำยา R12,22,502
สายชาร์จน้ำยา 3 เส้น (สีแดง, เหลือง, น้ำเงิน) ทนแรงดันได้ Working Pressure = 600 PSI, Burst Pressure = 3000 PSI, ขนาดเกลียว 1/4"

แต่ถ้าเราต้องการเกจชุดนี้ไปใช้กับน้ำยา 134A จะต้องซื้อหัวอแด๊ปเตอร์มาต่อกับสายชาร์จเดิม ซึ่งเป็นแบบคลิกคัปปิ้ง

แต่จะเอาไปใช้งานกับ R410A ไม่ได้ เพราะแรงดัน R140A สูงกว่า 500 Psi
หัวเกจ์ด้าน HI ต้อง 0-800 PSI
สายชาร์จน้ำยา 3 เส้น (สีแดง, เหลือง, น้ำเงิน) ทนแรงดันได้ Working Pressure = 870 PSI, Burst Pressure = 4000 PSI, ขนาดเกลียว 1/4"

ดังนั้นชั่วโมงนี้หากผมจะซื้อเกจซักชุดก็ควรเลือกแบบที่ใช้กับ R410A ไปเลย เพราะทนทาน รองรับการใช้งานทุกชนิดน้ำยา เพียงแต่หากจะเอาไปใช้กับ 134A ก็ต้องซื้อหัวแบบควิกคัปปลิ้งมาใส่ที่สายชาร์จ

สรุป...ผมเข้าใจถูกต้องมั้ยครับ ว่าสายชาร์จไม่ว่าจะ R12,22,502,R410A หัวเติมเป็นหัวชนิดเดียวกัน เท่ากัน ยกเว้น 134A ที่ไม่เหมือนชนิดอื่นๆ ส่วนตรง Manifold เหมือนกันทุกชนิดยกเว้นเกจของ 410A ที่มี range สูงกว่าชนิดอื่นๆ

อีกอย่างครับ
ตาแมว นี่มันจำเป็นต้องมีมั้ยครับ
มันจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เกิดการรั่วมั้ยครับ

ขอบคุณครับ

เทพลีลา2:
สรุป...ผมเข้าใจถูกต้องมั้ยครับ ว่าสายชาร์จไม่ว่าจะ R12,22,502,R410A หัวเติมเป็นหัวชนิดเดียวกัน เท่ากัน ยกเว้น 134A ที่ไม่เหมือนชนิดอื่นๆ ส่วนตรง Manifold เหมือนกันทุกชนิดยกเว้นเกจของ 410A ที่มี range สูงกว่าชนิดอื่นๆ

อีกอย่างครับ
ตาแมว นี่มันจำเป็นต้องมีมั้ยครับ
มันจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เกิดการรั่วมั้ยครับ

ขอบคุณครับ
 
 
ผมตัดเอามาแค่ ส่วนที่เป็นคำถาม ส่วนอื่นๆ คุณดูเนื้อหามาพอสมควรแล้ว....จึงไม่ต้องอธิบายให้เมื่อย(ตุ้ม อีก...เพราะตุ้ม มีงานแยะ555+)..แมนิโฟลด์เกจ.....รุ่นดีๆหน่อยรุ่นใหม่ๆ. (ไม่ใช่อันละ 8-9 ร้อย) โดยปกติเขาออกแบบมาให้สามารถใช้ครอบคลุมกับระบบน้ำยาทำความเย็น (ที่มีใช้ในตลาด  แต่จริงๆแล้วน้ำยาทำความเย็นมันมีมากมายหลาย 10 ชนิด ) อยู่แล้ว..เท่าที่เห็นระบุในคู่มือ ของแมนิโฟลด์เกจ ที่ทีวางจำหน่าย.ก็มีแค่ R12-R22-R134A-R404A ส่วนระบบอื่นที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน(บางชนิดยังใหม่ ตามท้องตลาดยังไม่มีวางจำหน่ายด้วยซ้ำไป แต่บริษัทผู้ผลิตเครื่องทำความเย็นเขาเริ่มผลิตเครื่องแล้ว...) ...โดยปกติ การออกแบบข้อต่อเพื่อใช้เติมน้ำยาทำความเย็น เขาจะออกแบบมาเป็นมาตรฐานครับ....ทำนองว่า ALL IN ONE....ไม่เช่นนั้นทางโรงงานผู้ผลิตก็ต้องลงทุนในเครื่องจักรใหม่....น้ำยาทำความเย็นทุกชนิดที่ท่านว่ามา แมนิโฟลด์เกจ ดีๆ....สามารถเติมได้ โดยไม่ต้องต่อหัว ควิก คอปเปอร์ แต่ประการใด....แต่....ที่เห็นเขาต่อกัน ก็คือ น้ำยาทำความเย็น R134Aสำหรับรถยนต์ ครับ เพราะ หัวข้อต่อมันไม่เหมือนกัน กับเครื่องทำความเย็นภายในบ้าน...ฉะนั้น ถ้าคุณไม่ได้ทำแอร์รถยนต์ ก็ซื้อแมนิโฟลด์เกจ ดีๆ มาใช้ ได้ครอบจักรวาล ครับ...ส่วนตาแมว..เอามาเสริมให้ดูเด่นแต่เวลาใช้งานจริงๆ ผมไม่ยักกะเห็นช่างคนไหนสนใจตาแมว นี้เลย มองแต่ สเกล...แมนิโฟลด์เกจกันทั้งนั้น (ยกเว้น ตาแมว ในระบบแอร์รถยนต์)....ส่วนการจะรั่วหรือเป็นจุดอ่อน หรือไม่...ของการมีตาแมว ผมว่าเขาออกแบบมาดี ครับ....(ผมก็ใช้แมนิโฟลด์เกจ รุ่นมี ตาแมว อยู่ครับ).....เอ..วัง...ก็มีด้วยประการ....ฉะนี้... :P

mangza:
แนะนำนะครับ  เราควรจะแยกใช้เกจที่ใช้กับน้ำยาR410Aนะครับ
เหตุผลเพราะคาบน้ำมันที่มาจากน้ำยาอื่นที่มีในเกจเรา หากเข้าไปผสมกับR410Aจะมีผลต่อระบบน้ำยาครับ
แต่ถ้าเรารักษาความสะอาดได้ก็ไม่มีปัญหาครับใช้ร่วมกันได้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ